EP.05-10

Course Outline

5. Note Relationship

ความสัมพันธ์ระหว่างโน้ต เมโลดี้ และคอร์ด

Session นี้เป็นจุดสำคัญของคอร์ส เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้เรียนเริ่มเข้าใจว่า “ทำไมโน้ตนี้ถึงเวิร์กกับคอร์ดนี้” และ “ทำไมบางเมโลดี้ถึงฟังดูใช่หรือไม่ใช่”

หัวข้อหลัก

  • Chord tones และ non-chord tones
  • Scale degree กับความรู้สึกของโน้ตแต่ละตัว
  • Tendency tone และแรงดึงดูดของโน้ต
  • Target note ในเมโลดี้
  • Passing tone, neighbor tone, suspension
  • การวางโน้ตสำคัญบนจังหวะสำคัญ
  • ทำไมเมโลดี้บางอันชนคอร์ดแล้วเพราะ
  • ทำไมบางอันชนแล้วพัง

Assignment

  • วิเคราะห์เมโลดี้หนึ่งท่อนว่าแต่ละโน้ตสัมพันธ์กับคอร์ดอย่างไร
  • เขียนเมโลดี้ใหม่โดยกำหนด target note ล่วงหน้า

6. Non-Diatonic Techniques

เทคนิคคอร์ดและโน้ตนอกคีย์

Session นี้สอนการออกนอกคีย์อย่างมีเหตุผล เพื่อเพิ่มสีสัน ความลึก และความ modern ให้เพลง โดยไม่ทำให้เพลงฟังหลุดหรือซับซ้อนเกินจำเป็น

หัวข้อหลัก

  • Borrowed chord
  • Secondary dominant
  • Modal interchange เบื้องต้น
  • Chromatic passing chord
  • Non-diatonic bass movement
  • Pivot chord และการเปลี่ยนคีย์แบบง่าย
  • การใช้คอร์ดนอกคีย์ในเพลง Pop
  • วิธีทำให้เทคนิคซับซ้อนฟังเป็นธรรมชาติ

Assignment

  • นำ progression diatonic ธรรมดามาเพิ่ม non-diatonic technique
  • วิเคราะห์เพลงจริงที่ใช้คอร์ดนอกคีย์อย่างมีรสนิยม

7. T-Pop Analysis

วิเคราะห์การแต่งเพลงแบบ T-Pop

Session นี้พาผู้เรียนวิเคราะห์เพลงไทยร่วมสมัย เพื่อดูว่า T-Pop มีวิธีสร้างอารมณ์ เมโลดี้ โครงสร้าง และการเล่าเรื่องอย่างไร

หัวข้อหลัก

  • โครงสร้างเพลง T-Pop ยุคปัจจุบัน
  • เมโลดี้แบบภาษาไทย: วรรณยุกต์ จังหวะคำ และการร้อง
  • คอร์ดที่พบบ่อยใน T-Pop
  • Emotional arc ในเพลงไทย
  • ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อร้องกับเมโลดี้
  • เพลงช้า เพลงกลาง เพลงเต้น ในมุม songwriting
  • จุดแข็งและข้อจำกัดของ T-Pop

Assignment

  • วิเคราะห์เพลง T-Pop 1 เพลงแบบเต็มโครงสร้าง
  • ดึง songwriting technique 1 อย่างไปทดลองใช้กับเพลงของตัวเอง

8. Inter Pop Analysis

วิเคราะห์เพลง Pop สากล

Session นี้เน้นการอ่านภาษาของเพลง Pop ระดับ international ทั้งในแง่ความกระชับ hook economy, topline, groove และ production-aware songwriting

หัวข้อหลัก

  • Western Pop structure
  • Topline writing
  • Hook economy: ใช้น้อยแต่จำได้
  • Verse ที่เล่าเรื่อง vs Chorus ที่สรุปอารมณ์
  • Loop, groove และ minimal harmony
  • การใช้ repetition อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความแตกต่างระหว่างเพลงที่ดีในเชิง writing กับเพลงที่ดีในเชิง production

Assignment

  • วิเคราะห์ Inter Pop 1 เพลง
  • เขียน topline สั้น ๆ บน loop เดิม 2 เวอร์ชัน

9. K-Pop Analysis

วิเคราะห์การแต่งเพลงแบบ K-Pop

Session นี้เน้นความซับซ้อนของ K-Pop ในฐานะเพลง Pop ที่รวม songwriting, arrangement, section design และ performance เข้าด้วยกันอย่างเข้มข้น

หัวข้อหลัก

  • Section design ใน K-Pop
  • Pre-chorus และ build-up แบบ K-Pop
  • Chorus, drop, post-chorus, dance break
  • Contrast ระหว่างท่อนต่าง ๆ
  • การเปลี่ยน texture / rhythm / key center
  • Hook หลายชั้นในเพลงเดียว
  • Group arrangement กับ songwriting
  • ทำไม K-Pop ถึงเปลี่ยนเยอะ แต่ยังฟังเป็นเพลงเดียวกัน

Assignment

  • วิเคราะห์ K-Pop 1 เพลงโดยแยก section และ energy map
  • ออกแบบเพลงที่มี contrast ระหว่าง verse / pre / chorus ชัดเจน

10. J-Pop Analysis

วิเคราะห์การแต่งเพลงแบบ J-Pop

Session สุดท้ายพาผู้เรียนเข้าใจภาษาของ J-Pop ซึ่งมักมีความละเอียดทาง melody, harmony, modulation และ emotional movement สูงกว่า Pop หลายสาย

หัวข้อหลัก

  • Melodic density ใน J-Pop
  • Chord movement แบบญี่ปุ่น
  • Secondary dominant, borrowed chord, modulation
  • Verse ที่มีรายละเอียดสูง
  • Chorus ที่พุ่งและมี emotional lift
  • Rhythm ของเมโลดี้แบบ J-Pop
  • อิทธิพลจาก anime song, city pop, Shibuya-kei, rock, jazz-pop
  • สิ่งที่คนแต่งเพลงควรเรียนรู้จาก J-Pop

Assignment

  • วิเคราะห์ J-Pop 1 เพลงในเชิง melody + chord
  • สรุป technique ที่อยากนำไปใช้กับเพลงตัวเอง
  • Final Project: เขียน demo song sketch 1 เพลง โดยใช้สิ่งที่เรียนจากทั้งคอร์ส

ติดตามต่อได้ที่ Course The Real Producer ฉบับเต็ม